1.1 ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์

การเดินทางของเด็กหนุ่มอายุ 16 สู่สามประเทศในเอเชีย

BLOG

6/26/20232 min read

ไทย -> มาเลเซีย -> สิงคโปร์

(กระบี่-หาดใหญ่) (ปาดังเบซา-ปีนัง-กัวลาลัมเปอร์-มาลักกา) (สิงคโปร์)


ผมเกิดวันที่ 6 สิงหาคม ปี พศ. 2549 ครับ ปีนี้ 2566 ผมอายุ 16 ปีเดือนหน้าก็ 17 แล้ว ผมตัดสินใจอยากบันทึกเรื่องราวหนึ่งในชีวิตไว้ เผื่อไว้เป็นกำลังใจให้สำหรับคนที่ผ่านมาเห็นและถึงตัวผมเองในอนาคตเช่นกัน “แด่ฉันในวัย้ยาว์”


ในตอนเด็กๆผมมีความฝันอยากจะเที่ยวรอบโลกครับ คงสนุกมากหากเราได้เดินทางท่องเที่ยวรอบโลกจริงๆ หลังจากกลับจากไปเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา ผมจึงตัดสินใจอยากเริ่มออกเดินทาง ไปในที่ที่อยากไป ทำสิ่งที่อยากทำ โดยไม่มี่ข้อกังขามาขวางกั้น เพียงแค่อยากเดินทางก่อนที่มันจะสาย ก่อนที่ร่างกายจะรับไม่ไหว ถึงตอนนี้ผมยังเด็ก แต่ชีวิตไม่แน่ไม่นอนครับ ความตายความเจ็บปวด จะมาเยือนเราเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ เราเกิดมาครั้งเดียว ก็ต้องไปให้สุดสิวะ!

ผมเริ่มเดินทางจาก กรุงเทพ(ส่วนตัวเป็นคนกรุงเทพครับ) ไปที่ กระบี่ โดยนั่งเครื่องบินโดยสารของ Thai Air Asia ณ เวลา 7:20 นาฬิกา ของเช้าวันใหม่. ค่าเครื่องบินอยู่ที่ประมาณ 1,300 บาท จองผ่านแอพ Skyplanner (หาตั๋วเครื่องบินได้ถูกมาก) แผนของผมในวันนั้นคือ จะเที่ยวในกระบี่และอ่าวนางพัก ก่อนออกเดินทางต่อไปที่หาดใหญ่


เมื่อถึงเมื่อกระบี่เป็นครั้งแรก ต้องยอมรับจริงๆว่า “ภูเขาที่กระบี่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก” ภูเขารูปทรงแปลก ที่ไม่เคยเห็นในกรุงเทพหรือแถวภาคกลางที่ไหนเลย ความร้อนของเมืองกระบี่ไม่ต่างกับในตัวเมืองกรุงเทพมาก อากาศสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง และ มีป่าชื้นหน่อยๆ จากแพลนว่าจะอยู่กระบี่สัก 2-3 วัน ผมกลับติดใจเมืองนี้อย่างมาก ไม่สามารถมูฟออนได้. อาหารที่กระบี่กับกรุงเทพราคาพอกันเลย ประมาณตกจานละ 60 บาท ที่พักที่กระบี่ราคา คืนละราวๆ 600 บาทหาเป็น hostel เตียงรวม ตกคืนละ 240 บาท ผมเลือกที่จะพัก hostel เพื่อหาเพื่อนใหม่ๆ และ ประหยัดค่าใช้จ่ายภายในตัว

ผมหมดเงินกับทริปกระบี่นี้ประมาณ 5,500 บาท รวมค่า ตั๋วเครื่องบิน ขาไป(1,300บาท) + ที่พัก (6 คืน 240 = 1,440 บาท) + อาหาร 3 มื้อ (603 * 7 = 1,260บาท ) และ ค่ากิจกรรมต่างๆเช่น นั่งเรือ ไปเกาะต่างๆ ดำน้ำ เข้าอุทยาน (1,500บาท) ถือว่าคุ้มค่ากลับเมืองแห่งนี้มาก


1.1 การผจญภัย

1.2 กระบี่ - อ่าวนาง

ให้หลัง 1 สัปห์ดาเต็ม ผมมูฟออนจาก กระบี่ - อ่าวนาว เพื่อเดินทางทำภารกิจของเราให้สำเร็จ คือมุ่งหน้าสู่ “สิงคโปร์” เช้าวันใหม่มาถึง ผมบอกลาเพื่อนๆ ในhostel และเรียกมอเตอร์ไซ ไปยันสถานีขนส่งกระบี่ เพื่อซื้อตั๋วรถตู้ไปที่ สถานีหาดใหญ่ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง. ระหว่างทางผมได้ทำความรู้จักกับเพื่อนต่างชาติคนหนึ่งที่มาจาก ฝรั่งเศษ พอคุยไปคุยมา ปรากฎว่าเรามี เป้าหมายคล้ายๆกันคือ การเดินทางไป สิงคโปร์ เราสองคนจึงวางแผนเดินทางด้วยกันแต่นั้น. 4 ชั่วโมงให้หลัง รถได้จอดที่สถานีหาดใหญ่ ผมบอกบ๊ายบายเพื่อนต่างชาติและไว้ค่อยเจอกันทีหลังที่ มาเลเซีย (แผนของเพื่อนคือ การนั่งรถบัส ไป ปีนัง แต่แผนของผมคือนั่งรถไฟไป ปาดังเบซาแล้วค่อยไปต่ออีกทีเพื่อไปปีนัง ) นั่งรถบัสจากหาดใหญ่ไปปีนังเลยก็ทำได้ครับ หากเดินทางโดยรถไฟ ค่าเดินทางจะถูกกว่าและส่วนตัวชิวๆอยู่แล้วเลยเลือกรถไฟ (“ปีนัง” เป็นเกาะอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของมาเลเซีย เคยเป็นเมืองท่าเรือเก่าในอดีต ที่นี่จึงเป็นจุดจอดพักเรือ ถ่ายขนสินค้า จึงได้รับอิทธิพลของกลิ่นอายของวัฒนธรรมจากประเทศยุโรป - ibreak2travel)

จากสถานีรถไฟ หาดใหญ่ สู่ปาดังเบซา ผมได้รถไฟตั๋วยืน วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ คนมาเลเซียจึงแห่กันกลับบ้านจึงไม่แปลกที่รถไฟจะเต็ม นี้เป้นครั้งแรกของผมเหมือนกันที่นั่งรถไฟที่หาดใหญ่ พี่ที่สถานณีบอกให้ผมไปขึ้นท้ายขบวน เอาจริงๆผมได้ฟิลเหมือนผู้อพยพยังไม่รู้เลย แต่นี้แหละรสชาติของการผจญภัยเว้ย ! รถไฟมาถึงท่าฝั่ง ปาดังเบซา(ด่านตรวจคนเข้าเมือง ไทย - มาเลเซีย ) ใช้เวลา 1 ชั่วโมงจากสถานีหาดใหญ่ ตั๋วรถไฟอยู่ที่ 60 บาท. ผมยืนรอคิว ตม(ด่านตรวจคนเข้าเมือง). อยู่ราว 1 ชั่วโมงครี่ง และ มุ่งหน้าไปซื้อตั๋วต่อเพื่อไป ปีนัง จอร์จทาว เมื่อผ่านพรมแดนมาเลเซียมาแล้ว สกุลเงินที่ใช้สกุลเงินRM -ringgit Malaysia- เพราะเมื่อซื้อ ตั๋วรถไฟที่สถานี ก็ต้องใช้เป็นสกลุเงินเขาเช่นกัน หากไม่มี! ที่ร้านค้าแถวนั้นมีแลก แต่ค่าเงินที่ให้ ไม่คุ้มเท่าไหร่ แนะนำแลกมาก่อนเลยดีกว่า. เวลาบนโทรศัพท์ผมเปลี่ยนอัพโนมัติ เร็วขึ้นมา 1 ชั่วโมง (เวลามาเลเซียเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ) ผมซื้อตั๋วรถไฟจาก ปาดังเบซา ไป ปีนังด้วยราคา 12.00 RM (1 ringgit = 7 บาท) หรือ ประมาณ 84 บาทไทย . รถไฟดีเลย์ 2 ชั่วโมงทำให้แผนที่วางไว้ไม่เป็นไปตามแผนเท่าไหร่. รถไฟจากปาดังเบซา ออกตอน หกโมงครึ่ง และถึงที่ ปีนัง ตอน สองทุ่มครึ่ง. ผมมีเเผนจะข้ามจาก ปีนัง ไปที่เมือง จอร์จทาว (จอร์จทาวเป็นเกาะเล็กข้างๆปีนัง มีแม่น้ำสะพานตัดผ่าน แต่สามารถเดินทางข้ามไปได้ผ่านสะพานโดยรถโดยสาร และ ทางน้ำผ่านเรือ ferry ในราคา 2 RM) โดยใช้เรื่อ ferry(เรือรับส่งผู้โดยสารข้ามแม่น้ำหรือมหาสมุทร ) แต่เที่ยวรอบสุดท้ายนั้งหยุดตอน สองทุ่มครึ่งพอดี. ผมจึงหาเพื่อนรอบๆข้างที่จะไปจอร์จทาวเหมือนกันเพื่อหารค่าแท็กซี่ไป จะได้ถูกกว่าดวยฮิฮิ ณ เวลานั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้คุยกับคนมาเลเซีย และได้รู้ว่า คนส่วนใหญ่นั้นไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ ถึงแม้จะเคยตกเป็นเมืองขึ้นแต่ก็ใช้ว่าจะพูดภาษาอังกฤษกันที่ไหน ผมนี่นึกถึงครูสอนประวัติขึ้นมาทันทีเลย.. ผมถึงจอร์จทาวตอนสามทุ่มนิดๆ ค่าโดยสารประมาณ 40 RM หารกันตกคนละ 10 RM. ด้วยความเหนื่อยล้าผมจึงเดินหาโรงแรมใกล้ๆ และทิ้งตัวลงนอน พักผ่อนเพื่อทัวมาเลเซียต่อในวันพรุ่งนี้